คนละครึ่งเฟส2 คนเก่าได้สิทธิอัตโนมัติ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบกันเป็นจำนวนมากมายกันเลยทีเดียว บางธุรกิจถึงกับต้องพักกิจการ หรือปิดกิจการกันไปเลย ทำให้เกิดการว่างงาน ตกงาน กันเป็นจำนวนเยอะมากมาย ที่ช่วงแลกๆ รัฐบาลก็ได้เข้าช่วยเหลือเป็นจำนวนมากมาย จนตอนนี้สถานการณ์ก็ได้คลี่คลายเบาบางลงบ้างเยอะมากแล้ว แต่เชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ยังไม่หมดดีสักเท่าไร จนล่าสุดรัฐบาลก็ได้ออกมาช่วยประชาชนอีกครั้ง ด้วยการเปิดลงทะเบียน โครงการ คนละครึ่งในเฟสที่ 2 ในช่วงปีใหม่ 2564 ที่จะถึงนี้ เตรียมตัวตื่นเช้าๆ เพื่อมาลงทะเบียนกันเลย

ล่าสุดประชาชนชาวไทยยังคงติดต ามข่าวสารอัพเดตอย่ างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทางด้าน ปลัดกระทรวงการคลัง ก็ได้มีการออกมาเปิดเผยว่าใน เฟส 2 จะเพิ่มจำนวนคนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 10 ล้านคน ส่วนผู้ที่ได้สิทธิ์ในเฟสเเรกนั้น อาจจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพราะมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว จะได้สิทธิอัตโนมัติใช้ย าวถึงตรุษจีนปีพ.ศ.2564 ทั้งหมดนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนในเดือนธันวาคมนี้

โดยในวันที่ 24 พ.ย.63 ทางด้าน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ก็ได้กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง เร่งสรุปการขย ายมาตรการคนละครึ่ง และการเติมเงินค่าครองชีพให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรั สโควิ ด-19 หรือ ศบศ. ในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

โครงการคนละครึ่ง เฟส 2 นั้น กระทรวงการคลัง จะเปิดโอกาสให้ทุกคนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมทั้งหมด แต่จะมีการขย ายจำนวนผู้ที่ได้สิทธิ์เท่าไร และเพิ่มวงเงินอีกมากน้อยเพียงใด ได้ให้ธนาคารกรุงไทย ไปตรวจสอบข้อมูลยอดลงทะเบียนทั้งหมดที่ผ่านมา ว่าเป็นอย่ างไร เพื่อนำมาประเมินการขย ายจำนวนสิทธิ์ และวงเงินที่เหมาะสมต่อไป

ซึ่งอาจจะเพิ่มเป็น 14-15 ล้านคนก็ได้ แต่เบื้องต้นผู้ที่ได้รับสิทธิ์เฟส 1 แล้ว จะได้สิทธิ์เฟส 2 โดยอัตโนมัติ พร้อมกับได้วงเงินเพิ่มเติม รวมถึงขย ายเวลาการใช้จ่าย ย าวถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน ในวันที่ 12 กุมภาพันธุ์ 64 เลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ ทาง นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆ ษกกระทรวงการคลัง ระบุยอดการใช้จ่ายภายใต้โครงการคนละครึ่ง เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2563 มูลค่าการใช้จ่ายรวม 23,023 ล้านบาท การใช้จ่ายรวมดังกล่าวเป็นส่วนของประชาชนใช้จ่ายเองกว่า 11,747 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 51 และรัฐสมทบกว่า 11,275 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 49 ส่วนร้านค้าลงทะเบียนแล้วกว่า 782,000 ร้านค้า